This printed article is located at https://investor-th.netbay.co.th/company_history.html

Company's History

2562
2561
2560
2557
2556
2555
2554
2553
2552
2551
2550
2549
2547

โดยในปี 2562 ที่ผ่านมา

  • เดือนมกราคม เน็ตเบย์ได้ให้บริการ Cloud Drive Service for Normal Declaration and e-Express กับบริษัท ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (DHL) ซึ่งในโครงการพัฒนาและเชื่อมต่อระบบ Cloud Drive for Normal Declaration and e-Express กับระบบ Logistics หลักของ DHL เพื่อทำให้ลูกค้าและคู่ค้าของ DHL สามารถดู และตรวจสอบข้อมูลใบขนสินค้าขาออกและใบขนสินค้าแบบเร่งด่วนได้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งสามารถตรวจสอบ และพิมพ์ข้อมูลใบขนดังกล่าวได้แบบ Real Time ซึ่งสามารถใช้งานได้แบบทุกที่ทุกเวลา (anywhere, anytime and any devices)
  • เดือนพฤษภาคม เน็ตเบย์ได้ให้บริการระบบ Transit to Air กับ บริษัท ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (DHL) ซึ่งเป็นระบบการส่งข้อมูลอัตโนมัติ Air Manifest จาก DHL ไปยัง Terminal Operator (TMO) และ TMO สามารถ นำข้อมูลส่งตรงไปยังกรมศุลกากรแบบอิเล็คทรอนิกส์ ได้อย่าง Real time
  • เดือนกรกฎาคม เน็ตเบย์ได้เปิดให้บริการระบบใบตราส่งสินค้าทางอากาศแบบอิเล็กทรอนิกส์(e-AWB) ให้กับบริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) เพื่อให้ผู้ประกอบการส่งออกสินค้าสามารถใส่ข้อมูล Air Waybill ผ่านระบบดังกล่าวได้ด้วย ตนเอง และส่งข้อมูลไปยังระบบของการบินไทยในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงได้รับการตอบกลับสถานะการส่งข้อมูล พร้อมทั้งสามารถสั่งพิมพ์เอกสาร Air Waybill ได้
  • เดือนสิงหาคม เน็ตเบย์ได้ ให้บริการระบบ Draft on Cloud กับบริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (DHL) ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาและเชื่อมต่อระหว่างระบบ ShippingNet, Draft on Cloud กับระบบ Logistics หลักของ DHL เพื่อทำให้ลูกค้า และ คู่ค้าของ DHL สามารถดูและตรวจสอบข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าด้วยตนเอง รวมถึงทำการยืนยันข้อมูล กลับไปยัง DHL ก่อนที่ DHL จะส่งข้อมูลดังกล่าวให้กรมศุลกากรไทยเป็นลำดับถัดไป รวมถึงสามารถตรวจสอบและพิมพ์ ข้อมูลใบขนดังกล่าวได้แบบ Real Time และสามารถใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา (anywhere, anytime and any devices)

    เน็ตเบย์ได้เปิดให้บริการระบบการรับส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า (Import Declaration), ขาออก (Export Declaration) และ License Per Invoice (LPI) และ LPI แบบอิเล็คทรอนิกส์กับบริษัทสยามนิสทรานส์ จำกัด (Siam Nistrans Co., Ltd.) เพื่อให้ Siam Nistrans สามารถส่งข้อมูลและทำพิธีการทางศุลกากรให้แก่ลูกค้าของตนเองได้อย่างถูกต้องตามกฎระเบียบ ของกรมศุลกากรไทย ซึ่งสามารถใช้งานได้แบบทุกที่ทุกเวลา (anywhere, anytime and any devices) นอกจากนี้ เน็ตเบย์ยังได้ทำระบบเชื่อมต่อกับระบบหลังบ้านของฮอนด้ากรุ๊ปเพื่อให้ Siam Nistrans สามารถส่งการตอบกลับข้อมูล สถานะของกรมศุลกากรไทยไปยังระบบหลังบ้านของฮอนด้ากรุ๊ปได้แบบอัตโนมัติ

  • เดือนกันยายน เน็ตเบย์ได้ขยายบริการให้รองรับอัตราการเติบโตอย่างมากของ บริษัท ลาซาด้า เอ็กซ์เพรส จำกัด (LEL) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของลาซาด้ากรุ๊ป ห้างสรรพสินค้าช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดำเนินธุรกิจ ในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม และทำการส่งข้อมูลใบขนแบบเร่งด่วน (e-Express) ไปยังกรมศุลกากรไทยเพื่อแสดงหลักฐานสำแดงสินค้าตลอดจนเสียภาษีสินค้าที่นำเข้ามายังประเทศไทย ตามกฎระเบียบ ของกรมศุลกากรไทย รวมถึงการการตอบกลับข้อมูลแบบระบุวันและเวลาในการปฏิบัติงานตามขั้นตอนกลับไปยัง Back-end System ของ LEL แบบอัตโนมัติทั้งระบบ โดยเน็ตเบย์เป็นผู้พัฒนาการเชื่อมต่อระหว่างระบบการส่งข้อมูล ใบขนแบบเร่งด่วนเข้ากับระบบหลักของ LEL รวมทั้งเป็นผู้ให้บริการเกตเวย์ที่ LEL ใช้ส่งและรับข้อมูลกับกรมศุลกากรไทย เพื่อให้ระบบสามารถรองรับปริมาณการรับส่งข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมาก

    เน็ตเบย์ได้ให้บริการระบบ e-Customs System Interface with Back-end System ให้แก่ บริษัท เอสซีจี อินเตอร์ เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (SCG International Corporation Co., Ltd.-SCGI) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของปูนซีเมนต์ ไทย (Siam Cement Group-SCG) ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ของ SCGI และเป็นโครงการต่อเนื่องมาจากโครงการ Bright & Shine ปี 2560 ของบริษัทเอสซีจี ลอจิสติกส์ แมเนจเมนท์ จำกัด (SCG Logistics Management-SCGL) เพื่อเชื่อมต่อกับระบบ Finance ของ SCGI อันจะส่งผลให้แผนกการเงินของ SCGT สามารถได้รับข้อมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์ และนำต่อไปดำเนินงานต่อได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

  • เดือนธันวาคม เน็ตเบย์ได้รับการคัดเลือกจาก บริษัท ไทย คอนเน็คทิวิตี เทอมินอล จำกัด (TCT) ซึ่งเป็นท่าเรือ เอกชน ให้ทำการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลใบกำกับการขนย้ายสินค้า (Goods Transition) ระหว่างผู้ประกอบการท่าเรือ TCT และกรมศุลกากรเพื่อให้ TCT สามารถรับข้อมูลรายละเอียดสินค้าขาออกแบบอิเล็กทรอนิกส์จากผู้ประกอบการ ได้อย่างถูกต้องตามกฎระเบียบของกรมศุลกากรไทยรวมถึงทำการตอบกลับข้อมูลแบบอิเล็คทรอนิกส์ไปยังผู้ประกอบการ ด้วยเช่นกัน

โดยในปี 2561 ที่ผ่านมา

  • มกราคม เน็ตเบย์ได้จัดงานเปิดตัวระบบ TG e-Storage Charge อย่างเป็นทางการร่วมกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงไทย เพื่อให้บริการรับชำระค่าคลังสินค้าแบบอิเล็กทรอนิคส์ แก่ลูกค้าที่นำเข้าสินค้าผ่านคลังสินค้าของการบินไทย

    เน็ตเบย์ได้ทำการ go-live ระบบข้อมูลคำร้องสรุปการขายสำหรับร้านค้าปลอดอากร (Inland Declaration Message) และรายงานการเคลื่อนไหวการใช้ไปของใบขนสินค้าขาเข้า (Movement of Goods Report Message) ร่วมกับกรมศุลกากรและผู้ประกอบการร้านค้าปลอดอากร เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถส่งสรุปรายงานการขายสินค้าปลอดอากรและรายงานการเคลื่อนไหวการใช้ไปของใบขนสินค้าขาเข้า ให้แก่กรมศุลกากร ผ่านเกตเวย์ของเน็ตเบย์ได้แบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามกฎระเบียบของกรมศุลกากรไทยได้อย่างถูกต้องและง่ายดาย

  • มีนาคม เน็ตเบย์ได้ทำการ go-live ระบบข้อมูลรายงานยานพาหนะขาออกทางเรือ (Sea Manifest - Export) ร่วมกับกรมศุลกากรและผู้ประกอบการ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถส่งรายงานยานพาหนะขาออกทางเรือให้แก่กรมศุลกากรผ่านเกตเวย์ของเน็ตเบย์ได้แบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามกฎระเบียบของกรมศุลกากรไทยได้อย่างถูกต้องและง่ายดาย

    เน็ตเบย์ได้รับการคัดเลือกจากบริษัท ออโต้ลอจิค จำกัด (Autologic Co., Ltd – Autologic) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ JWD Group ให้ติดตั้งระบบรายงานยืนยันการโอนย้ายสินค้าเขตปลอดอากร/เขตประกอบการเสรี (Confirmation of Goods Report Message) และทำการส่งข้อมูลไปยังกรมศุลกากรไทย ผ่านเกตเวย์ของเน็ตเบย์ได้แบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามกฎระเบียบของกรมศุลกากรไทยได้อย่างถูกต้องและง่ายดาย

  • เมษายน เน็ตเบย์ได้รับการคัดเลือกจากบริษัท เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (SCG International Corporation Co., Ltd. – SCGI) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของปูนซีเมนต์ไทย (Siam Cement Group-SCG) ให้พัฒนาระบบ e-Customs System Interface with Back-end System โดยโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ของ SCGI และเป็นโครงการต่อเนื่องมาจากโครงการ Bright & Shine ปี 2560 ของบริษัท เอสซีจี ลอจิสติกส์ แมเนจเมนท์ จำกัด (SCG Logistics Management – SCGL) เพื่อเชื่อมต่อกับระบบ Finance ของ SCGT อันจะส่งผลให้แผนกการเงินของ SCGT สามารถได้รับข้อมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์และนำต่อไปดำเนินงานต่อได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

    เน็ตเบย์ได้เซ็นต์สัญญาการส่งข้อมูลผ่านเกตเวย์ กับบริษัท โอเชี่ยน เน็ตเวิร์ค เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (Ocean Network Express (Thailand) Ltd. – ONE) เพื่อให้ ONE สามารถส่งข้อมูลรายงานยานพาหนะเข้า-ออกทางเรือ (Sea Manifest) และข้อมูลเกี่ยวกับถ่ายลำ/ผ่านแดน (e-Transit/Transshipment) ไปยังกรมศุลกากรไทยและการท่าเรือแห่งประเทศไทย ผ่านเกตเวย์ของเน็ตเบย์ได้แบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามกฎระเบียบของกรมศุลกากรไทย

  • มิถุนายน เน็ตเบย์ได้ทำการ go-live ระบบ Application Programming Interface (API) and Time-Stamp Application for Import e-Express System กับ บริษัท ลาซาด้า เอ็กซ์เพรส จำกัด (LEL) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของลาซาด้ากรุ๊ป ห้างสรรพสินค้าช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดำเนินธุรกิจในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนามโดยระบบดังกล่าวเป็นการเชื่อมต่อกับ Back-end System ของ LEL และทำการส่งข้อมูลใบขนแบบเร่งด่วน (e-Express) ไปยังกรมศุลกากรไทย เพื่อแสดงหลักฐาน สำแดงสินค้า ตลอดจนเสียภาษีสินค้าที่นำเข้ามายังประเทศไทย ตามกฎระเบียบของกรมศุลกากรไทย รวมถึงการตอบกลับข้อมูลแบบระบุวันและเวลาในการปฏิบัติงานตามขั้นตอนกลับไปยัง Back-end System ของ LEL แบบอัตโนมัติทั้งระบบ โดยเน็ตเบย์เป็นผู้พัฒนาการเชื่อมต่อระหว่างระบบการส่งข้อมูลใบขนแบบเร่งด่วนเข้ากับระบบหลักของ LEL รวมทั้งเป็นผู้ให้บริการเกตเวย์ที่ LEL ใช้ส่งและรับข้อมูลกับกรมศุลกากรไทย
  • กรกฎาคม เน็ตเบย์ได้ทำการ go-live ระบบ e-Transit/Transshipment Interface with Back-end system กับบริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (DHL) ซึ่งระบบดังกล่าวเป็นการเชื่อมต่อข้อมูลกับ Back-end System ของDHL เพื่อให้ DHL สามารถส่งข้อมูลเกี่ยวกับถ่ายลำ/ผ่านแดน (e-Transit/Transshipment) ไปยังกรมศุลกากรไทย ผ่านเกตเวย์ของเน็ตเบย์ได้แบบอัตโนมัติอย่างรวดเร็วและถูกต้อง โดยสามารถลดความเสี่ยงจากการป้อนข้อมูลผิดพลาดของมนุษย์
  • สิงหาคม เน็ตเบย์ได้รับการคัดเลือกจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้ทำการพัฒนาระบบใบตราส่งสินค้าทางอากาศแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Air Waybill (e-AWB) เพื่อให้ผู้ประกอบการส่งออกสินค้าสามารถใส่ข้อมูล Air Waybill ผ่านระบบดังกล่าวได้ด้วยตนเอง และส่งข้อมูลไปยังระบบของการบินไทยในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

    เน็ตเบย์ได้ทำการ go-live ระบบรายงานยืนยันการโอนย้ายสินค้าเขตปลอดอากร/เขตประกอบการเสรี (Confirmation of Goods Report Message) กับบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA Corporation PCL – WHA) เพื่อให้WHAสามารถส่งข้อมูล ไปยังกรมศุลกากรไทย ผ่านเกตเวย์ของเน็ตเบย์ได้แบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามกฎระเบียบของกรมศุลกากรไทยได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

  • พฤศจิกายน เน็ตเบย์ได้เซ็นต์สัญญากับ บริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (DHL) ในโครงการพัฒนาและเชื่อมต่อระบบ Cloud Drive for Export Declaration กับระบบ Logistics หลักของ DHL เพื่อทำให้ลูกค้า และคู่ค้าของ DHL สามารถเข้ามาดู และตรวจสอบ ข้อมูลใบขนสินค้าในการส่งออกด้วยตนเองได้ พร้อมกันนี้ยังสามารถตรวจสอบและพิมพ์ข้อมูลใบขนได้แบบ Real Time ซึ่งสามารถใช้งานได้แบบทุกที่ ทุกเวลา (anywhere, anytime and any devices)
  • ธันวาคม เน็ตเบย์ได้เซ็นต์สัญญากับ บริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (DHL) ในโครงการพัฒนาและเชื่อมต่อระบบ Draft on Cloud for Import Declaration กับระบบ Logistics หลักของ DHL เพื่อทำให้ลูกค้า และคู่ค้าของ DHL สามารถเข้ามาทำการตรวจสอบ/แก้ไข/ยืนยัน ข้อมูลร่างใบขนสินค่า (Draft Version) ในระบบได้ด้วยตนเอง ก่อนที่ DHL จะทำการส่งข้อมูลไปยังกรมศุลกากร พร้อมกันนี้ยังสามารถตรวจสอบและพิมพ์ร่างข้อมูลใบขน (Draft Version) ได้แบบ Real Time ซึ่งสามารถใช้งานได้แบบทุกที่ ทุกเวลา (anywhere, anytime and any devices)

    เน็ตเบย์ได้รับการคัดเลือกจากคาร์กิลล์ ประเทศไทย (Cargill Thailand) ให้พัฒนาระบบ Import Declaration Data Interface เพื่อทำการเชื่อมต่อกับ Back-end System ของ Cargill และทำการส่งข้อมูลใบขน (e-Declaration) ไปยังกรมศุลกากรไทย เพื่อแสดงหลักฐาน สำแดงสินค้า ตลอดจนเสียภาษีสินค้าที่นำเข้ามายังประเทศไทย ตามกฎระเบียบของกรมศุลกากรไทย รวมถึงการตอบกลับข้อมูลแบบระบุวันและเวลาในการปฏิบัติงานตามขั้นตอนกลับไปยัง Back-end System ของ Cargill แบบอัตโนมัติทั้งระบบ

    เน็ตเบย์ได้เซ็นต์สัญญาการส่งข้อมูลผ่านเกตเวย์ กับบริษัท สุรากระทิงแดง (1988) จำกัด (Red Bull Distillery (1988) Co., Ltd – Red Bull) เพื่อให้ Red Bull สามารถส่งข้อมูลรายงานยืนยันการโอนย้ายสินค้าเขตปลอดอากร/เขตประกอบการเสรี (Confirmation of Goods Report Message) ไปยังกรมศุลกากรไทย ผ่านเกตเวย์ของเน็ตเบย์ได้แบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามกฎระเบียบของกรมศุลกากรไทย

โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา

  • เดือนมกราคม เน็ตเบย์ได้เซ็นต์สัญญาเพิ่มเติมกับ บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SCG Logistics Management - SCGL) ในโครงการการยื่นบัญชีสินค้าทางบกแบบอิเล็คทรอนิคส์ (Car Manifest) เพื่ออำนวยความ สะดวกและรวดเร็วในการจัดทำและยื่นบัญชีสินค้าทางบก ณ ด่านหรือพรมแดนระหว่างประเทศ โดยเน็ตเบย์เป็นผู้พัฒนา ระบบการยื่นบัญชีสินค้าทางบกแบบอิเล็คทรอนิคส์ ทำการเชื่อมต่อเข้ากับระบบการส่งข้อมูลใบขน (e-Declaration) รวม ทั้งให้บริการเกตเวย์ที่ SCGL ใช้ส่งและรับข้อมูลบัญชีสินค้าทางบกกับกรมศุลกากรไทยแบบอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น
  • เดือนกุมภาพันธ์ เน็ตเบย์ได้ทำการเปิดใช้ระบบอย่างเต็มรูปแบบสำหรับโครงการ Bright and Shine กับ บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SCG Logistics Management - SCGL) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของปูนซีเมนต์ไทย (Siam Cement Group-SCG) โดยโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ของ SCGL ในการปรับเปลี่ยนระบบ logistics ภายใน ของบริษัทในเครือ SCG ทั้งหมด โดยเริ่มตั้งแต่ระบบงานขาย จนถึงการขนส่งสินค้าไปถึงมือลูกค้า รวมทั้งการส่งข้อมูล ใบขน (e-Declaration) ไปยังกรมศุลกากรไทย เพื่อแสดงหลักฐาน สำแดงสินค้า ตลอดจนเสียภาษีสินค้าที่นำเข้าและ ส่งออกระหว่างประเทศ ตามกฎระเบียบของกรมศุลกากรไทยแบบอัตโนมัติทั้งระบบ โดยเน็ตเบย์เป็นผู้พัฒนาการเชื่อม ต่อระหว่างระบบการส่งข้อมูลใบขนเข้ากับระบบหลักของ SCG รวมทั้งเป็นผู้ให้บริการเกตเวย์ที่ SCGL ใช้ส่งและรับ ข้อมูลกับกรมศุลกากรไทย
  • เดือนมีนาคม เน็ตเบย์ได้ทำการพัฒนาระบบ e-Storage Charge ร่วมกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อ ให้บริการการชำระค่าคลังสินค้าแบบอิเล็คทรอนิคส์ แก่ลูกค้าที่นำเข้าสินค้าผ่านคลังสินค้าของการบินไทย
  • เดือนสิงหาคม เน็ตเบย์ได้เซ็นต์สัญญากับ บริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (DHL) ในโครงการ พัฒนาและเชื่อมต่อระบบ Cloud Drive Service กับระบบ Logistics หลักของ DHL เพื่อทำให้ลูกค้า และคู่ค้าของ DHL สามารถเข้ามาดู ตรวจสอบ ข้อมูลใบขนสินค้าในการนำเข้าและส่งออกย้อนหลังได้ พร้อมกันนี้ยังสามารถตรวจสอบและ พิมพ์ข้อมูลใบขนได้แบบ Real Time ซึ่งสามารถใช้งานได้แบบทุกที่ ทุกเวลา (anywhere, anytime and any devices)
  • เดือนตุลาคม เน็ตเบย์ได้มีการพัฒนาระบบ e-Express ให้กับ บริษัท ลาซาด้า เอ๊กซ์เพรส จำกัด (Lazada) ซึ่งเป็น ส่วนหนึ่งของลาซาด้ากรุ๊ป ห้างสรรพสินค้าช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดำเนินธุรกิจในประเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม โดยระบบดังกล่าวเป็นระบบการนำเข้า-ส่งออกสินค้าเร่ง ด่วน (e-Express) และสินค้าประเภท e-Commerce เป็นระบบนำส่งข้อมูลสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยลดขั้นตอน และระยะเวลาการตรวจปล่อยสินค้า ให้บริการทั้งในด้านการนำส่งข้อมูล ยกเลิกข้อมูล และสร้างข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จาก Lazada ไปยังกรมศุลกากรเพื่อรายงานบัญชีสินค้าในการนำเข้าและส่งออกในครั้งเดียว จากการนำเข้าข้อมูลเพียงไฟล์ เดียว รวมถึงรับรองการเชื่อมต่อข้อมูลไปยังระบบนำส่งใบขนสินค้า เพื่อให้การทำงานง่ายและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
  • เดือนพฤศจิกายน เน็ตเบย์ได้มีการพัฒนาระบบถ่ายลำ/ผ่านแดนแบบอิเล็คทรอนิกส์ (e-Transit / e-Transshipment) ที่ประกาศใช้โดยกรมศุลกากร ให้แก่ผู้ให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานทั่วประเทศไทย และผู้ประกอบการทางด้าน ถ่ายลำ/ผ่านแดน ซึ่งการถ่ายลำ (e-Transshipment) จะเป็นการปฏิบัติพิธีการศุลกากรเพื่อลำเลียงถ่ายของจากยานพาหนะ หนึ่ง ที่ขนส่งของเข้ามาไปยังอีกยานพาหนะหนึ่งที่ขนส่งของออกไปภายในท่าหรือที่แห่งเดียวกันภายใต้การควบคุมของ ศุลกากร โดยมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการขนส่งอยู่นอกราชอาณาจักร การปฏิบัติพิธีการศุลกากรว่าด้วยการผ่าน แดน/ถ่ายลำโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ใบขนสินค้าถ่ายลำ/ผ่านแดน, ใบเคลื่อนย้ายสินค้าถ่ายลำ/ผ่านแดน, ใบขนขาเข้า พเิ ศษสำหรบั ตสู้ นิ คา้ ,ใบคำ รอ้ งขอลากตสูิ้นคา้ ภายใตก้ ารควบคุมของกรมศุลกากร และการผา่ นแดน (e-Transit) เปน็ การ ปฏิบัติพิธีการศุลกากรเพื่อขนส่งของผ่านราชอาณาจักร จากท่าหรือที่แห่งหนึ่งที่ขนส่งเข้ามาไปยังท่าหรือที่อีกแห่งหนึ่ง ที่ขนส่งออกไปภายใต้การควบคุมของศุลกากร โดยมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการขนส่งอยู่นอกราชอาณาจักร
  • เดือนธันวาคม เน็ตเบย์ได้ทำการพัฒนาระบบการรายงานบัญชีสินค้าทางอากาศยาน (Air Manifest) ที่ประกาศ ใช้โดยกรมศุลกากร ให้แก่ผู้ให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง คือ บริษัท เอเชีย กราวด์ เซอร์วิส จำกัด (AGS) และ บริษัท เทคโนโลยี เอเชียแปซิฟิค จำกัด (TAP) โดยระบบดังกล่าวเป็นระบบการรายงานบัญชีรายชื่อสินค้า ทางอากาศล่วงหน้าให้กับกรมศุลกากรแบบอิเล็คทรอนิคส์

ประจำปี 2557

  • วันที่ 1 มกราคม 2557 บริษัทฯ ได้ซื้อกิจการบริษัท ซอฟท์แวร์ลิ้งค์ จำกัด และบริษัทฯ ได้ยกเลิกสัญญาค่าลิขสิทธิ์การใช้โปรแกรมใบขนซึ่งจ่ายให้แก่บริษัท ซอฟท์แวร์ลิ้งค์ จำกัด
  • วันที่ 1 เมษายน 2557 บริษัทฯ ได้ทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 100 ล้านบาท เป็น 160 ล้านบาท โดยการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้กับ (1) ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ 6 ล้านบาท และ (2) คุณพิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์ เพื่อเป็นค่าตอบแทนในการซื้อกิจการ บริษัท ซอฟท์แวร์ลิ้งค์ จำกัด ในราคา 54 ล้านบาท
  • วันที่ 22 เมษายน 2557 บริษัทฯ ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 200 ล้านบาท เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • เริ่มดำเนินโครงการพัฒนาระบบนำส่งข้อมูลการนำเข้าและส่งออกสินค้าทางทะเล (Sea e-Manifest) ในเดือนมิถุนายน 2557

ประจำปี 2556

  • วันที่ 4 ธันวาคม 2556 บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในหุ้นสามัญของ บริษัท เคลาด์ครีเอชั่น จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ของทุนที่ชำระแล้ว มูลค่าที่ตราไว้เท่ากับ 100 บาทต่อหุ้น ในราคาหุ้นละ 100 บาท รวมเป็นเงิน 50 ล้านบาท
  • วันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 บริษัทฯ ได้ทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 90 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท โดยการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ

ประจำปี 2555

  • วันที่ 1 สิงหาคม 2555 บริษัทฯ ได้ทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 50 ล้านบาทเป็น 90 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการเข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท เคลาด์ครีเอชั่น จำกัด
  • บริษัทฯได้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและคุณลักษณะของระบบการให้บริการและการทดสอบเสมือนจริง (POC : Proof of Concept) เพื่อดำเนินการในการพัฒนาและให้บริการเพื่อสนับสนุนการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) บริษัทฯจึงสามารถเปิดให้บริการ CDD Gateway (Customer Due Diligence Gateway) ได้ในวันที่ 14 กันยายน 2555

ประจำปี 2554

บริษัทฯ ได้ผ่านการคัดเลือกและตรวจสอบเพื่อเป็นผู้ให้บริการ Electronic Transaction Reporting Gateway: ETR Gateway ซึ่งทำให้ธนาคารได้รับความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายในการจัดทำรายงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และนำส่งต่อสำนักงาน ปปง.

ประจำปี 2553

บริษัทฯ ได้เข้าร่วมคณะทํางานย่อยเพื่อประสานงานและติดตามการนําระบบการติดตามทางศุลกากร (Tracking System) หรือระบบ RFID ของกรมศุลกากร ซึ่งบริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่เพื่อสนับสนุนโครงการดังกล่าวแก่ผู้ประกอบการขนส่งทางรถยนต์

ประจำปี 2552

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552 บริษัทฯ ได้ทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 10 ล้านบาทเป็น 50 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อให้มีคุณสมบัติในการให้บริการสวิตช์ชิ่งในการชำระเงินระบบเดียวครบถ้วนตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย

ประจำปี 2551

  • บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และการให้บริการใหม่เพิ่มเติม คือระบบบัญชีสินค้าทางเรือ (Sea Manifest) โดยมีสายเรือหรือตัวแทนสายเรือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริการนี้
  • บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการให้บริการที่เรียกว่า e-Express ให้แก่ผู้ประกอบการของเร่งด่วน (Express Courier) รวมถึงผู้ประกอบการของเร่งด่วนชั้นนำของโลกทั้ง 4 ราย

ประจำปี 2550

  • บริษัทฯ เป็นผู้ให้บริการรายเดียวในการให้บริการรายงานบัญชีสินค้าสำหรับอากาศยาน (Air Cargo Manifest) ในระบบ e-Customs Paperless สำหรับผู้ประกอบการคลังสินค้า (Terminal Operator: TMO) ทุกรายที่ประกอบการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และต่อมาได้ขยายการให้บริการไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอื่นๆทั่วประเทศ
  • บริษัทฯ ได้เปิดบริการ Customs e-Payment Gateway เพื่อให้บริการรับส่งข้อมูลการรับชำระเงินระหว่างกรมศุลกากรและธนาคารต่างๆ
  • บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากผู้ประกอบการของเร่งด่วน (Express Courier) ชั้นนำของโลกทั้ง 4 ราย อันได้แก่ DHL, FedEx, TNT และ UPS ในการสร้างและรับ-ส่งเอกสารศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร e-Customs Paperless กับกรมศุลกากร

ประจำปี 2549

  • บริษัทฯ ได้เข้าร่วมในโครงการนำร่องการผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Customs Paperless) และ สามารถเปิดการให้บริการ e-Customs Paperless อย่างเต็มรูปแบบ
  • บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการนำร่องพิธีการศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ว่าด้วยกระบวนการทางศุลกากรเกี่ยวกับของเร่งด่วน (e-Express Consignment)
  • บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบสำหรับผู้ประกอบการคลังสินค้า (Terminal Operator: TMO) ซึ่งเป็นตัวแทนของสายการบินต่างๆ เพื่อบริหารข้อมูลรายงานอากาศยานเข้าออก บัญชีสินค้าสำหรับอากาศยาน (Air Cargo Manifest) ในระบบ EDI

ประจำปี 2547

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2547 บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับการดำเนินธุรกรรมออนไลน์ (e-Business) และให้บริการเครือข่ายระหว่างภาคธุรกิจและภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมออนไลน์ ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท


Please read our General Disclaimer & Warning carefully.
Use of this Website constitutes acceptance of the Terms of Website Use.
Copyright © 2020. ThaiListedCompany.com. All Rights Reserved.